Skip to content
Home » มุมมองญี่ปุ่น-เกาหลี ว่าด้วยเรื่อง “แรงงานบังคับ” สมัยสงครามโลก

มุมมองญี่ปุ่น-เกาหลี ว่าด้วยเรื่อง “แรงงานบังคับ” สมัยสงครามโลก

มุมมองญี่ปุ่น-เกาหลี ว่าด้วยเรื่อง “แรงงานบังคับ” สมัยสงครามโลก

ในบทความเรื่อง “เกาะฮาชิมะ” และ “ภูเขาทองซาโดะ” ได้มีการเอ่ยถึงประเด็นที่เกาหลีใต้บอกว่าคนเกาหลีถูกญี่ปุ่นบังคับใช้แรงงานและเกณฑ์แรงงานไปแล้ว วันนี้จะขอนำเสนอมุมมองของทั้งฝั่งญี่ปุ่นและเกาหลีว่าแต่ละฝ่ายต่างกล่าวถึงหัวข้อนี้ว่าอย่างไรกันบ้าง

ที่มาของแรงงานชาวเกาหลีในเหมืองถ่านหิน

ข้อมูลจากฝั่งญี่ปุ่น

ชาวเกาหลีที่ทำงานในเหมืองถ่านหิน เช่น ที่เกาะฮาชิมะ เป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และส่วนใหญ่พวกเขาสมัครใจมาเพราะอยากได้ค่าแรงมากขึ้น หลังจากปี ค.ศ.1938 เป็นต้นไปจึงมีการสรรหาแรงงานโดยเป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งระดมพลในช่วงสงคราม แม้กระนั้น แรงงานที่ได้จากการสรรหานั้นมีแค่ราว 25% ของแรงงานทั้งหมดที่ไปทำงานเหมืองถ่านหินที่ญี่ปุ่นเท่านั้น อีกประมาณ 75% ตั้งใจสมัครมาทำงานหาเลี้ยงชีพเอง และการเกณฑ์แรงงานเกิดขึ้นจริงตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ.1944 จนถึงปีถัดมาที่เป็นปีสิ้นสุดสงคราม

สรุปได้ว่า ทางฝั่งญี่ปุ่นบางส่วนเชื่อว่ามีการบังคับใช้แรงงานชาวเกาหลีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยเชื่อว่าส่วนมากเป็นผู้ที่สมัครใจมาทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพเอง

ข้อมูลจากฝั่งเกาหลี

ชาวเกาหลีเชื่อว่าในอดีต ประเทศญี่ปุ่นมีการบังคับใช้แรงงานจริง และมีการเลือกปฏิบัติระหว่างชาวเกาหลีที่เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อทำงานตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1910 ถึง 1930 หลังจากนั้น 8 ปีถัดมาญี่ปุ่นมีการประกาศใช้กฎหมายระดมพลเพื่อทำสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรวัตถุ ทุน และทรัพยากรจากในญี่ปุ่นและอาณานิคม โดยสถิติอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลญี่ปุ่นว่ามีผู้ถูกเกณฑ์อย่างน้อย 7,804,376 คน (ซึ่งมาจากคาบสมุทรเกาหลี ญี่ปุ่น ทางใต้ของเกาะซาคาลิน จีนและแมนจูเรีย แปซิฟิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และไต้หวัน) ไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น โรงงานอาวุธ เหมืองถ่านหิน เป็นต้น

ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนกรกฎาคม 2015 เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำยูเนสโก คูนิ ซาโตะ (Kuni Sato) ได้กล่าวว่ารับทราบเรื่องนี้และได้ให้คำมั่นว่าจะสร้างศูนย์นิทรรศการรำลึกถึงผู้ตกเป็นเหยื่อบังคับใช้แรงงาน

ศูนย์ข้อมูลมรดกทางอุตสาหกรรม (Industrial Heritage Information Centre) ซึ่งเป็นศูนย์ที่จะพูดถึงความเป็นมาเกี่ยวกับสถานที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมเมจิรวมถึงเกาะฮาชิมะได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มิถุนายน 2020 แต่ศูนย์ดังกล่าวแสดงเนื้อหาที่ปฏิเสธการเกณฑ์แรงงานของญี่ปุ่นและการเลือกปฏิบัติแรงงานเกาหลีที่เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อทำงาน

 

ทั้งนี้ ทางฝั่งเกาหลีต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดนิทรรศการรำลึกถึงเหยื่ออย่างจริงใจดังที่ซาโตะเคยกล่าวไว้

จนปัจุบัน เรื่องนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ไม่ว่าอย่างไรความจริงที่ว่ามีผู้ที่ได้รับความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจจากเหตุการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ โดยเหตุการณ์นี้ รวมถึงเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกต่างเป็นบทเรียนจากอดีตว่าสงครามนั้นมีแต่ความสูญเสียและไม่เป็นผลดีกับใคร เราในฐานะคนรุ่นหลังควรเรียนรู้และเข้าใจ เพื่อไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีก        สล็อตเว็บตรง